บริหารจัดการอาคาร: วิธีการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า

บริหารจัดการอาคาร: วิธีการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า แนะนำวิธีการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านด้วยตัวเองแบบง่ายๆเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ภายในบ้าน

ขั้นตอนที่ 1
ทดสอบมิเตอร์ไฟฟ้า ทดสอบโดยการปิดไฟทุกจุด รวมทั้งถอดปลั๊ก แล้วออกไปดูมิเตอร์ที่หน้าบ้านว่ายังหมุนอยู่หรือเปล่า หากยังหมุนแสดงว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วให้ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าเช่น เครื่องตัดไฟ

ขั้นตอนที่ 2
ตรวจสอบสายไฟ รอยเปื่อย กรอบของสายไฟที่อาจจะเก่าหรือแมลง , หนูกัดจนสายขาดยุ่ย ลองใช้ไขควงเช็คไฟดูในจุดที่สงสัย จุดที่ตรวจตามผนัง และที่สามารถเกิดเพดานได้ควรขึ้นไปดู(เตรียมไฟฉาย) ขึ้นไปตรวจสอบ อาจมีน้ำจากหลังคาหยดมาใส่ทำให้สายไฟชื้น สังเกตุคราบน้ำที่หยดลงมา

ขั้นตอนที่ 3
ตรวจสอบแผงไฟ สังเกตสภาพโดยรอบ ไม่มีรอยแตกของอุปกรณ์ คัตเอาท์ เบรคเกอร์ยังทำงานอยู่หรือไม่ ทดลองกดทดสอบเครื่องตัดไฟ ไม่มีมดแมลงเข้าไปทำรัง ควรอยู่ในที่สูงไม่มีความชื้น

ขั้นตอนที่ 4
เต้ารับต้องไม่แตกร้าว อยู่ที่สูงพ้นมือเด็ก และกรณีพื้นชื้น , น้ำท่วม ทดสอบนำเต้าเสียบลองดูว่าแน่นและมีไฟทุกเต้าเสียบ

ขั้นตอนที่ 5
ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น พัดลม , หม้อหุงข้าว , กระติกน้ำร้อน , เครื่องซักผ้า ควรตรวจสอบดังนี้ ปลั๊กเสียบ สมบูรณ์ไม่มีรอยไหม้หรือละลาย เพราะความร้อน , สายไฟไม่ยุ่ย , ขาด , กรอบ ฟังเสียงตอนเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ เช่น พัดลม ตู้เย็น ว่ามีเสียงผิดปกติอะไรบ้าง

ขั้นตอนที่ 6
ใช้ไขควงเช็คไฟ ตรวจสอบว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไม่โดยการแตะลงบนอุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กไว้ถ้า มีไฟแดงแสดงว่ามีกระแสไฟรั่ว เครื่องไฟฟ้าที่ต้องใช้น้ำหรืออยู่ในบริเวณชื้นตลอด เช่น เครื่องซักผ้า , เครื่องทำน้ำอุ่น , ปั๊มน้ำ ควรมีสายดินต่อลงพื้นถ้าไม่มีควรต่อให้เรียบร้อยป้องกันการรั่ว , ลัดวงจร และหมั่นตรวจสอบการทำงานของสายดินด้วย

(ควรหมั่นตรวจสอบ วัสดุ อุปกรณ์ หรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ควรดูแล ตรวจสอบและแก้ไขเบื้องต้นด้วยตัวเองจะช่วยให้ประหยัดค่ากระแสไฟฟ้า ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินอีกด้วยครับ)